AlohaKiHae
11 October 2007, 07:21
[Short Fiction] ミニスカート (mini skirt)
By: Aloha
Kibum & Donghae ★☆
“โอ๊ยยยย ไม่ใส่ได้ป่ะเนี้ย หนาวก็หนาว สั้นก็สั้น อีกอย่าง ...อายอ่ะ” เสียงจากคนตัวเล็กที่กำลังยืนหนีบขาเอามือดึงกระโปรงตัวจิ๋วสั้นจุ๊ด โชว์ขาอ่อนขาวๆ มีถุงเท้าสีเทาดึงตึงปิดถึงเข่าอยู่ไปมาด้วยความเขอะเขินเอียงอาย ก็แหม มันไม่เคยใส่อ่ะ
“ไม่ได้เลย ก็เป็นตัวเองไม่ใช่หรือยังไงที่มาเล่นอะไรบ้าๆแบบนี้ พอแพ้แล้วจะมาโวยวายไม่เอาๆแบบนี้ไม่ได้นะ ใช่ป่ะฮีชอล" เด็กหนุ่มที่มีฟันกระต่ายกล่าวขึ้นในกลุ่มของสามร่างบางสุดสวยที่ยืนอยู่ตรงหัวมุม หนุ่มหน้าหวานที่อยู่ในชุดนักเรียนชายม.ปลายที่ถูกเรียกว่าฮีชอล พะยักหน้างึกงักเห็นด้วยอย่างสุดๆ ก่อนจะเอ่ยปากขึ้นบ้าง
“ที่ซองมินพูดอ่ะถูกแล้ว เพราะนายไม่ใช่หรือไงทงเฮ ที่คิดเล่นอะไรแผลงๆแบบนี้ ส่วนชุดนักเรียนของนายน่ะอยู่กับฉันไม่ต้องกลัวมันหายหรอก ถ้านายทำได้ก็ถือว่าผ่าน แล้วค่อยมาเปลี่ยนชุดกลับ” ฮีชอลพูดพลางแกว่งถุงที่มีชุดนักเรียนชายของทงเฮ ผ่านหน้าผ่านตาเพื่อนตัวเล็กไปมา มือขาวๆ จะคว้าเอาถุงชุดเสื้อผ้าตัวเองก็ถูก ซองมินตีเพี๊ยะเข้าให้ เจ็บจริงๆเลย ปากเล็กๆจึงได้แต่ยื่นออกมา
ในใจก็คิดแค่ว่า ...ไม่น่าเล่นอะไรแผลงๆเล้ย.....
.
.
ย้อนกลับไปเมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว ณ เกมเซนเตอร์
.
.
“นี่ซองมิน ฮีชอล เรามาพนันอะไรกันนิดๆหน่อยๆเอาไหม” ทงเฮเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาถึงตู้เกมชู้ทบาส และกลุ่มนักเรียนสาวม.ปลายแห่งหนึ่งที่นุ่งสั้นจุ๊ดเดินผ่านหน้าไปแว่บๆ ก็ทำให้คนช่างคิดนู้นคิดนี่อย่างทงเฮเกิดพิสดารพันลึก อยากเล่นอะไรแปลกๆเข้าให้
“อะไรล่ะ” ฮีชอลพูดขึ้นก่อน ในขณะที่ซองมินพะยักหน้าเห็นด้วย ...พนันอะไรล่ะ....
“ตกลงมาก่อนสิว่าจะเล่น” ทงเฮยังคงพูดต่อพร้อมรอยยิ้ม เมื่อเพื่อนทั้งสองพะยักหน้าตกลง ร่างเล็กก็พูดถึงเกมพนันที่คิดได้สดๆนั้นทันที
“นั่นตู้ชู้ทบาส ถ้าใครชู้ทลงน้อยที่สุด ต้องแต่งชุดนักเรียนหญิงม.ปลายตัวนั้น (นิ้วขาวๆชี้ไปที่หุ่นจำลองที่กำลังสวมชุดนักเรียนสาว กระโปรงสั้นจุ๊ดจู๋) และก็ล่อตะเข้ที่เป็นพนักงานบริษัท ให้มันออกค่ารถพาส่งกลับบ้าน” และนั้นก็คือเกมพนันที่ว่า ... และเมื่อซองมินกับฮีชอล เออออ ห่อหมก พะยักหน้ารับไปแล้ว ก็เลยต้องตกลงเล่นเกม แล้วผลสุดท้าย คะแนนลูกบาสลงห่วงของสามคนก็ออกมา
ซองมินที่โยนคนแรก 15/20 ฮีชอล 12/20 ส่วนทงเฮ 10/20 และสุดท้าย ก็ต้องเป็นเจ้าของความคิดที่มาใส่กระโปรงสั้นๆ ของนักเรียนสาวม.ปลายนั้นเอง
.
.
ลมเย็นพัดมาอีกวูบนึง พาเอากระโปรงตัวน้อยที่ทงเฮสวมใส่เปิดชะแว่บขึ้น มือสองข้างรีบปิดมันทันที พาเอาเพื่อนๆทั้งสองที่ยืนดูอยู่หัวเราะจนตัวงอ
“สู้เขานะทงเฮ” เสียงเพื่อนทั้งสองร้องบอก ทงเฮได้แต่ออกมายืนทำทีเป็นมองโน้นมองนี่ตลอดทาง ในขณะที่เพื่อนๆ ก็ยืนดูอยู่ห่างๆ
..ตรู๊ดด...กริ๊งงง...(เสียงโทรศัพท์อุบาดชาติจริงๆ แหะๆ)
อยู่ๆโทรศัพท์มือถือคู่ใจของซองมินก็ดังขึ้น พอซองมินรับ ก็ปรากฏว่าเป็นคุณแม่ที่ห๊วงห่วงลูกชายโทรมาตามกลับบ้าน เพราะ สามี เอ้ย..คยูฮยอน รออยู่ ซองมินจึงต้องจำลา ฮีชอลที่ยืนเป็นกองหนุนดูแลทงเฮเพื่อกลับบ้านก่อนที่ คุณแม่จะกินหัว (เนื่องจากเสียงโวยวายของท่านแม่เริ่มดังเล็ดลอดออกมานอกโทรศัพท์)
ฮีชอลหันไปโบกมือบ๊ายบายให้กับซองมินที่กำลังวิ่งตรงไปยังสถานีรถไฟที่อยู่ห่างจากตรงนี้ประมาณ 400 เมตร ทงเฮเห็นก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆโบกมือกลับให้เพื่อนรักบ้าง ก็แหม มันเหตุสุดวิสัยนี่เนอะ
ในเวลาเดียวกันนั้น ณ ร้านเหล้าขาว(เอ้ยย ไม่ใช่ - -) ณ ร้านเหล้าแห่งหนึ่งใกล้ๆกัน
มีกลุ่มพนักงานบริษัทกลุ่มหนึ่ง ที่ดูจะมีหน้าตาอันหล่อเหลาอย่างกับนายแบบเสียมากกว่า พนักงานต๊อกต๋อยกินเงินเดือนไปวันๆ แบบคนอื่นๆ
“เฮ้ย ไอ้บอม ไอ้วอน ไอ้ฮยอกเจ มึงเห็นเด็กม.ปลายคนนั้นป่ะว่ะ ท่าทางเปรี้ยวเข็ดใจ แล้วมายืนเปลี่ยวหวาดเสียวโชว์ขาอ่อนคนเดียวแบบนั้น มึงคิดว่าไงว่ะ” เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ออกจะมาดเท่ห์ เอ่ยขึ้น ก่อนจะกระดกแก้วเหล้าย้อมใจ(เพื่อ??) ไปหนึ่งอึก
“เห็น ...กูว่าน้องจ๋าว คนนั้น ต้องยืนรอแฟนแน่ๆเลยว่ะ เฮ้ย..เดี๋ยวก่อนมึง กูว่าไม่ได้มาคนเดียวว่ะ นั้นไง โบกมือบ๊ายบายใครด้วยว่ะ” ฮยอกเจพูดสมทบ ทั้งแปดสายตาก็เพ่งมองไปยังเด็กสาวม.ปลายคนนั้นที่ โบกมือให้นักเรียนหนุ่มม.ปลายคนนึง อยู่
“เหมือนกูจะเห็นอะไรแว่บๆ ตรงมุมตึกนั้นว่ะ... เดี๋ยวกูมา” อยู่ๆ ซีวอนก็พูดขึ้น กำลังจะลุกขึ้นเหมือนจะไปไหนสักแห่ง
“นั้นมึงจะไปไหนว่ะ ไอวอน ไม่กินต่อก่อนว่ะ พรุ่งนี้วันหยุดทั้งที” เยซองถามด้วยความสงสัย
“กูปวดฉี่ จะไปยิงกระต่ายในห้องน้ำ เดี๋ยวมา” ซีวอนพูดตอบก่อนจะเดินออกไป
“เฮ้ยไอบอม กูว่ามึงต้องติดใจแม่เด็กม.ปลายนั้นแน่ๆ จ้องตาไม่กระพริบเชียวนะมึง” ..ป๊าบ... ฮยอกเจตบหัวคิบอมคนที่หล่อที่สุดในกลุ่มทั้งสี่ ไปทีนึง ชายหนุ่มที่กำลังจ้องสาวน้อยคนนั้นจึงหันกลับไป เอาคืนด้วยการตบหัวคืนนั้นเอง (เหอๆ ปัญญาอ่อน)
“ไอ้บอม เอางี้มั้ยมึง ..ถ้ามึงจีบน้องคนนั้นติดแล้ว พากลับไปเคลมที่ห้องมึงได้ กูจะเลี้ยงข้าวมึง 1 อาทิตย์เลย” คิม คิบอมลูบคางเป็นเชิงคิด เมื่อได้ยินคำท้าของเยซอง
“มึงไม่ต้องคิดหนักเลยไอ้บอม กูให้มึงอีกคนด้วยก็ได้ เป็นสองอาทิตย์เลย” ฮยอกเจพูดขึ้นบ้าง และนั้นก็…
“ตกลง งั้นมึงเตรียมกระเป๋าแฟบได้เลย” คิม คิบอมพูดขึ้น พร้อมกับลุกออกจากที่ตรงนั้น ชายหนุ่ม ณ เวลานี้ถึงจะมึนๆหัวเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ว่าเมามาก สาวน้อยคนนั้น มันน่าติดใจจริงๆ
“นั่น...ไอบอมมันจะไปไหนว่ะ” ซีวอนที่เพิ่งเดินเข้ามาถามเพื่อนทั้งสอง ก่อนที่ทั้งสองคนจะตอบพร้อมกันให้เพื่อนเลิฟมันหายสงสัย
“ไปเคลมเด็กว่ะ ฮ่าๆๆ”
คิม คิบอมเดินออกมานอกร้านมายังที่ที่ทงเฮยืนอยู่ ฮีชอลเห็นว่ามีหนุ่มหล่อ พนักงานบริษัทคนหนึ่งกำลังเดินมาใกล้ทงเฮก็รีบบุ้ยใบ้บอกเจ้าตัวทันที ร่างเล็กหันไปก็เบ้หน้าก่อนนิดๆ ก่อนจะทำทีเป็นมอง โน้น มอง นี่ เหมือนหาอะไร
ฮีชอลที่ยืนอยู่มุมตึกก็หัวเราะคิกคัก แอบสะใจเล็กๆน้อยๆ ที่ทงเฮต้องไปแต่งตัวแบบนั้น แบบนี้แหละดีสุดทงเฮจะได้ไม่ต้องเล่นพนันอะไรอีก ช่างพนันดีนัก สม...หุหุ
“กำลังมองหาอะไรหรือเปล่าคร๊าบ” เสียงของคิบอมดังขึ้น กลิ่นที่คละคลุ้งออกมา เป็นกลิ่นเหล้าระดับ โลโซติ๊ดๆ แต่ไม่ได้มากมายอะไร ทำให้ทงเฮอยากจะเดินหนีไปไกลๆ แต่ในใจกลับคิดว่า...ดีสิ เมาแบบนี้แหละดีแล้ว ได้หลอกง่ายๆหน่อย....
“หากระเป๋า ฮ..เอ่อ คะ....คือว่าทำกระเป๋าหาย ไม่รู้ไปลืมไว้ที่ไหน” คิม คิบอมได้ยินก็ขมวดคิ้วนิดๆ ...นึกแปลกใจว่าเด็กคนนี้มีอะไรผิดปกติสักอย่าง ก็ตอนนั้นเขาเห็นยังโบกมือลาเพื่อนชายอยู่เลย แบบนี้ เคลมง่ายชัวร์หึหึ ...ไม่ต้องเสียตังค์ค่าข้าวสองอาทิตย์แน่ โฮะๆๆๆ... คิบอมคิดยิ้มย่อง อยู่ในใจ (โชคดีนะแก) - -
และอีกอย่างดูท่าทางเด็กคนนี้ต้องคิดว่าเขาเมาแหงๆเลย ดูทำหน้าเข้า ปั๊ด เดี๋ยวจับจูบตรงนี้เลยเว้ย..ปากชมพู๊ชมพู น่าจร๊วบ (อยากมั้ง - -)
“ไปลืมไว้ที่หนาย หรือเปล่าคร๊าบบ” ใบหน้าแดงๆของคิม คิบอมยื่นเข้าไปใกล้ เด็กสาว (?) พร้อมขยับตัวเข้าใกล้อีกด้วย
“ห้าย..ช่วยหาหมาย..คร๊าบ” คิบอมแกล้งแอ๊บเมาเล็กๆ(ตอแหล) แต่ไม่ให้เสียหล่อมากนัก พอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เท่าไหร่ กลิ่นอ่อนๆจากกายขาวๆของคนตรงหน้าก็กรุ่นเข้าไปถึงทรวงในของชายหนุ่ม พาเอาจิตใจของเขาเต้นระส่ำระส่าย แหม ก็อยากพกกลับบ้านไปอิงอกซบกันบนเตียงแล้วนี่ (กระดี๊กระด๊า)
แล้วยิ่งพอมองเข้าไปใกล้ๆแล้ว ก็รู้ว่าเด็กวัยรุ่นสมัยนี้มันโตโต๊โต จริงๆ (ก็ ฮีชอลช่างแกล้ง กับ ซองมินช่างยุ จับทิชชู่ใส่เสีย ข้างล่ะเกือบสองม้วน ไม่โตให้รู้ไปเด่ะ)
“อะ..เอ่อ จริงๆแล้ว หนู(กระดากปากจริงเว้ย) หามานานแล้วเหมือนกัน ไม่เจอ เลยคิดว่าคงหายไปแล้วแน่ๆ จะกลับบ้านก็ไม่มีเงินค่ารถจะกลับ นี่มันก็เย็นมากๆแล้ว (เงยหน้าไปมองท้องฟ้า ค่ำแล้วจริงๆแหละ) คุณแม่คงเป็นห่วงน่ะคะ” ทงเฮเริ่มเข้าแผนการหลอกให้อีกฝ่ายจ่ายเงินค่ารถมาสักปึ๊ง(มันจะมีป่ะ) หันมองฮีชอลที่ยืนอยู่มุมตึกก็ส่งซิกโอเคๆ ให้ ... เพื่อนช่างแกล้งก็เลยยิ้มกว้าง พร้อมยกโทรศัพท์มือถือตัวเองขึ้นมา เมื่ออยู่ๆมันก็ดัง
“หว่า..แย่เลยนะคร๊าบ งั้นผมไปส่งอาวม๊ายยย” น้านแหละคิบอม ต้องรุกเข้าไว้ ชายหนุ่มถึงจะไม่ได้จบสูงเป็นแค่พนักงานบริษัทธรรมดา แต่เปล่าโง่นะครับ เด็กนี่จะหลอกเอาเงินเค้าน่ะสิ รู้เลย.... ยังไงเสีย เค้าเองก็ต้องชนะพนันฮยอกเจและเยซอง ให้ได้ เสร็จฉัน..แผล่บ (เอาลิ้นเลียแผลบๆ )
“แค่ยืมเงินดีกว่ามั้ง....คะ” ร่างเล็กเอียงหัวนิดๆ อยากคิดหาทางรอด ยังไงก็ขอแค่เงินล่ะว่ะ กลับบ้านคนเดียวดีกว่าไปกะไอเมาคนนี้ หน้าตาก็ดีหรอก แต่ไม่ไหวอ่ะ เมาได้โลโซจริง (มันไม่ได้เมาลูก ดูไม่ออกหรอ???)
“คุณทิ้งเบอร์โทรแล้ว นัดให้หนูมาคืนเงินให้ก็ได้นะคะ แบบนี้ หนูคิดว่ามันน่าจะดีกว่า...นะ” คิบอมไม่พูดแต่แกล้งเซเมาเข้าไปใกล้ทงเฮ ร่างเล็กเห็นว่าไม่ไหวแน่ๆ ต้องเรียกฮีชอลมาช่วยหน่อย หันไป ก็เห็นเพื่อนรักทำท่าขอเวลานอก โบกไม้โบกมือ แบะๆ... แล้วก็รีบวิ่งไป ทงเฮได้แต่งง เขยิบถอยหลังหนีไอคนที่ทำเซจะมาถูกเนื้อต้องตัวเขา
“ให้ผมไปส่งเถอะนะคร๊าบ..” คิบอมพูด ในขณะที่ทงเฮเริ่มจะไม่เอาแล้วกับการหลอกล่อตานี่ให้เงินเขา แต่ทำไงดีอ่ะ..ของของทงเฮอยู่กับ ฮีชอลหมดเลย แล้วเพื่อรักหักเหลี่ยมทรยศ ก็เผ่นแน๊บหายไปไหนก็ไม่รู้ โอ๊ย....ใครก็ได้ช่วยลูกที ต่อไปจะไม่พนันอะไรบ้าๆอีกแล้ว
“อ้าววว จะเดินไปไหนล่ะ ม่ายกลับบ้านเหรอคร๊าบบบ” คิบอมเห็นท่าทางของคนตรงหน้าแล้วก็เกือบหลุดขำ (จริงๆก็กลั้นยิ้มแทบตาย) รีบเดินเข้าไปใกล้ เอาว่ะ ฉุดเลยดีกว่า เพื่ออาหารฟรีสองอาทิตย์
“เดี๋ยวโผ้ม ไปส่ง น้า” แล้วฟ้าก็เหมือนดลใจ ให้แท็กซี่คันหนึ่ง มาจอดส่งผู้โดยสารลงใกล้ๆกับที่คิบอมและทงเฮยืนอยู่ ชายหนุ่มรีบคว้าเอาแขนทงเฮทันที และลากขึ้นบนรถ เจ้าตัวเล็กทำอะไรไม่ได้ก็เอาแต่แหกปาก
“เฮ้ย..ปล่อยนะ ปล่อยยยยย!!! ฮีชอล! ซองมิน!” ทงเฮตะโกน ขณะที่รถแท็กซี่คันดังกล่าว แล่นออกไปอย่างรวดเร็ว (คนขับแท็กซี่มันรวมหัวกับคิบอมป่ะหว่า???)
.
.
“อ๊ะ....เดี๋ยวก่อนคยูฮยอน อย่าเพิ่ง..เมื่อกี้ฉันเหมือนได้ยินเสียงทงเฮเรียกเลยอ่ะ” ร่างเล็กที่อยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน (แม่โทรเรียกลูกมาถูกปล้ำ) กล่าวขึ้น พลางผลักดันหน้าคนที่มาซุกไซร้อยู่แถวๆหน้าอกออก
“ไม่เห็นจะได้ยินเลย ต่อเถอะน้า คยูฮยอนคิดถึงนางฟ้าคนนี้ มากๆเลย” ...เอ่อ ไอ้ท่านโจ้ ฉันล่ะอิจฉาแกจริงๆ...
และก็ ...........เซนเซอร์ XXXXX………….
.
.
ภายในเบาะหลังของผู้โดยสาร คนขับเหล่มองทางกระจกหลังตลอดเวลา เห็นคิบอมพยายามซบอิง ทงเฮแล้วก็อดแซวไม่ได้
“รักกันจังเลยนะครับ แบบนี้ หนูคงสบายนะครับ” คนขับตาบอด...ทงเฮนึกคิดในใจ มันมองยังไงว่าเขาสองคนรักกัน ก็ตอนนี้ ทงเฮกำลังพยายามดันหัวไอ้คนเมาดิบออกห่างจากซอกคอเขาอยู่น่ะสิ โว้ยยย ขยะแขยงชะมัด กลิ่นเหล้าก็คละคลุ้ง จนอยากจะอ้วก
“อย่าดิ้นสีคร๊าบที่ร๊ากกก....คืนนี้โผมจะง้อคุณอย่างดีเลยนะคร๊าบบบ” ได้ทีไอ้ป่องหื่นกามมันก็เอาเลย ยิ่งเห็นคุณลุงคนขับแท็กซี่เอ่ยแซวด้วยแล้ว มันยิ่งเอาใหญ่ (โคดอิจฉาไอป่องมันเลย – คุณลุงคนขับ)
“ถึงแล้วครับ ทั้งหมด .....วอนครับ” ในช่วงที่คิม คิบอม กำลังล้วงเอาเงินในกระเป๋ากางเกง จังหวะนั้น ทงเฮจึงรีบวิ่งออกจากรถ คิบอมเห็นเช่นนั้นเลยจ่ายตังค์แบบไม่ดู แล้วก็พูดแค่ว่าไม่ต้องทอนนะลุง ... แท็กซี่คันดังกล่าววิ่งฉลุยออกจากห้องชุดเกรดซี ดี อี เอฟ แห่งนี้ไปโดยไว เพื่อความสะดวกรวดเร็วของคนจะ (ไล่) จับแฟน (ในอนาคต)
คิบอมรีบวิ่งไปคว้าเอวแบบบางของทงเฮได้ทัน ก่อนจะอุ้มเจ้าคนตัวเล็กพาดบ่ามิหนำซ้ำเอามือตีเพี๊ยะที่ก้น จนทงเฮสะดุ้ง ปล่อยหมัดทุบอักๆเข้าหลังของคนที่กำลังแบกเขาอยู่ เท้าไม่อยู่สุขก็แกว่งไปมา จนโดนท้อง(หรือพุง?) ของคิบอม แทบจุก แต่เพื่อความสุขที่รออยู่ คิม คิบอม ยอมทนเจ็บ
“ปล่อย..ปล่อยสิว่ะ บอกให้ปล่อยยยยยยย!!!!!!” ทงเฮร้องโวยวาย คิบอมใช้เท้าปิดประตูดังปัง ก่อนจะเดินไปข้างในสุดของห้อง โยนกระเป๋าทำงานทิ้งกองไปกับพื้น และปล่อยทงเฮลงบนเตียง
ปึ่ก...อั่ก.... (โอ้วจุก..ดีนะที่เตียงมันไม่แข็งมาก น้องๆไม้กระดาน)
“กะ...แกจะทำอะไรน่ะ ไอโรคจิต” ทงเฮมองซ้ายมองขวา น้ำตาก็อยากจะปริ่ม นี่เขาไปทำเวรทำกรรมอะไร ถึงต้องมาเจอคนแบบนี้ด้วย ไม่ใช่แค่เมา แต่โรคจิตอีกต่างหาก
“ก็เห็นเธออยากได้เงินไม่ใช่หรือไง ฉันก็จะให้อยู่นี่ไง” น้ำเสียงที่พูดออกมา ไม่มีทีท่าเหมือนคนเมาเลยสักนิด
“นะ...นี่แก ไม่ได้เมาหรอกหรอ?” ทงเฮมองซ้ายมองขวาหาอาวุธ ไม่เมา ...เอาแล้วไง โรคจิตขนานแท้ ไม่ใช่ ไอเมาโรคจิต แต่โรคจิตในสันดาร...
“เธอคิดว่า เมาๆแล้วจะหลอกเอาเงินง่ายน่ะสิ โทษทีนะอีหนู..ฉันไม่ใช่พวกตาแก่ที่เมาแล้วใจอ่อนให้สาวๆมัธยมกระโปรงสั้นๆแบบนี้ง่ายๆหรอกนะ มันต้องมีของแลกกันหน่อย” คิบอมจับกระโปรงตัวเล็กที่ทงเฮสวมอยู่ เปิดขึ้นนิดๆ แล้วสำรวจมองความขาวของขาเนียนช่วงขาอ่อน ของอีกคน ชายหนุ่มเห็นแล้วหัวใจเต้นระริกๆ
“มะ...ไม่ใช่นะ” พยายามจะเถียง ไม่ใช่สิ เขาต้องอธิบาย และต้องหนี...ไม่เอาหรอก เขาไม่ยอมมาเสียพรหมจรรย์ด้านหลังให้คนอื่นแบบนี้หรอก....ไม่เอานะ ถึงเพื่อนเขาจะเป็นเกย์ แต่เขาต้องไม่ใช่สิ...ม่ายยยยย!!!!
ที่ทงเฮกำลังเถียง คิบอมกลับคิดว่าไม่มีความจำเป็นจะต้องฟัง ร่างสูงคร่อมทับอีกคนทั้งตัว จับข้อมือทั้งสองข้างไว้แน่น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย
“เธอต้องการแบบนี้แต่แรกแล้วไม่ใช่หรือไง” รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากของคิบอม และคำท้าของเพื่อนก็ผุดขึ้นในสมอง บวกกับความงก ไม่ได้คิดถึงจิตใจของอีกฝ่ายที่แค่จะเล่นอะไรสนุกๆ
แต่ใครจะรู้ว่า เรื่องที่มันเกิดขึ้นอยู่นี่ ก็เพราะพนันบ้าๆ ที่ทั้งสองฝ่ายเป็นคนเข้าไปยุ่งเกี่ยวเองไม่ใช่หรอกเหรอ
“ไม่ใช่นะ..มันมะ...อุ๊บ...” ริมฝีปากของคิบอมประกบปิดปากของอีกฝ่ายทันที บอกแล้วไง ความงกมันครอบงำ และอีกอย่าง คนตรงหน้าก็สวยใช่ย่อย เหตุผลอะไรน่ะ ไม่ขอฟังหรอก
แล้วเรื่องขอโทษ ก็คงจะไม่มีให้หรอกนะ .... จริงมั้ย?
“อื้ออ....อื้มม.....” ริมฝีปากที่คลอเคลีย เปลี่ยนมุมไปมาเกือบพาให้ทงเฮเคลิ้มแต่จิตใต้สำนึกยังคงมี ร่างเล็กพยายามดิ้นไปมาประท้วงการกระทำของคนด้านบน นึกถึงพรหมจรรย์ด้านหลังแล้วใจดวงเล็กของทงเฮก็แทบดิ่งลงเหว ตอนที่ฟังซองมินเล่าให้ฟังถึงครั้งแรกระหว่างเจ้าตัวกับคยูฮยอนแล้ว ..โอ้ยย เห็นว่าเดินแทบไม่ได้ สะโพกเคล็ดยอก ต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้ม(เว่อร์ไป) ..ไม่เอานะ ทงเฮไม่อยากมีผัว เขาอยากมีเมียโว้ยยยย.... (มีปั๋วอ่ะคีแล้ว คิกๆ)
ร่างบางยังคงดิ้นสุดชีวิต สุดกำลัง ดิ้นไปดิ้นมา กระโปรงก็ชักจะถลกขึ้นเรื่อยๆ แล้วไอที่แต๊บ (ฝีมือตัวเองเพราะเจอลูกขู่ของเพื่อนทั้งสอง จอมโหด) เอาไว้ก็ราบเรียบอย่างกับของผู้หญิงงั้นแหละ โอ้ววว์ แบบนี้ หมอนั้นก็ยิ่งเข้าใจผิดไปกันใหญ่น่ะสิ...
“อื้อ....” ทงเฮครางฮึ่มอีกครั้ง ก่อนที่คิบอมจะละจูบออกลากลิ้นเลียรอบริมฝีปากบาง
“หยะ..หยุด....อุ๊.....อื้อ...” พออ้าปากจะบอกให้หยุด ลิ้นแฉะๆชื้นน้ำลายก็สอดแทรกเข้ามาทันที รสขมปร่าจากเหล้าที่คิบอมดื่มเข้าไป ส่งผ่านให้ทงเฮ คิบอมครางอย่างชอบอกชอบใจ ในรสชาติหวานซ่านที่ได้รับจาก ในโพรงปากของอีกฝ่าย
“อื้อ....อื้ม......” สติทงเฮเริ่มจะเลอะเลือนเปื้อนเป็นภาพสีขาวโพลนๆ ร่างเล็กพยายามอย่างที่สุดที่จะคอยดึงให้จิตสำนึกของตัวเองกลับคืนมา แต่ดูท่าว่าเรี่ยวแรงที่ขัดขืนมันกำลังอ่อนลง
By: Aloha
Kibum & Donghae ★☆
“โอ๊ยยยย ไม่ใส่ได้ป่ะเนี้ย หนาวก็หนาว สั้นก็สั้น อีกอย่าง ...อายอ่ะ” เสียงจากคนตัวเล็กที่กำลังยืนหนีบขาเอามือดึงกระโปรงตัวจิ๋วสั้นจุ๊ด โชว์ขาอ่อนขาวๆ มีถุงเท้าสีเทาดึงตึงปิดถึงเข่าอยู่ไปมาด้วยความเขอะเขินเอียงอาย ก็แหม มันไม่เคยใส่อ่ะ
“ไม่ได้เลย ก็เป็นตัวเองไม่ใช่หรือยังไงที่มาเล่นอะไรบ้าๆแบบนี้ พอแพ้แล้วจะมาโวยวายไม่เอาๆแบบนี้ไม่ได้นะ ใช่ป่ะฮีชอล" เด็กหนุ่มที่มีฟันกระต่ายกล่าวขึ้นในกลุ่มของสามร่างบางสุดสวยที่ยืนอยู่ตรงหัวมุม หนุ่มหน้าหวานที่อยู่ในชุดนักเรียนชายม.ปลายที่ถูกเรียกว่าฮีชอล พะยักหน้างึกงักเห็นด้วยอย่างสุดๆ ก่อนจะเอ่ยปากขึ้นบ้าง
“ที่ซองมินพูดอ่ะถูกแล้ว เพราะนายไม่ใช่หรือไงทงเฮ ที่คิดเล่นอะไรแผลงๆแบบนี้ ส่วนชุดนักเรียนของนายน่ะอยู่กับฉันไม่ต้องกลัวมันหายหรอก ถ้านายทำได้ก็ถือว่าผ่าน แล้วค่อยมาเปลี่ยนชุดกลับ” ฮีชอลพูดพลางแกว่งถุงที่มีชุดนักเรียนชายของทงเฮ ผ่านหน้าผ่านตาเพื่อนตัวเล็กไปมา มือขาวๆ จะคว้าเอาถุงชุดเสื้อผ้าตัวเองก็ถูก ซองมินตีเพี๊ยะเข้าให้ เจ็บจริงๆเลย ปากเล็กๆจึงได้แต่ยื่นออกมา
ในใจก็คิดแค่ว่า ...ไม่น่าเล่นอะไรแผลงๆเล้ย.....
.
.
ย้อนกลับไปเมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว ณ เกมเซนเตอร์
.
.
“นี่ซองมิน ฮีชอล เรามาพนันอะไรกันนิดๆหน่อยๆเอาไหม” ทงเฮเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาถึงตู้เกมชู้ทบาส และกลุ่มนักเรียนสาวม.ปลายแห่งหนึ่งที่นุ่งสั้นจุ๊ดเดินผ่านหน้าไปแว่บๆ ก็ทำให้คนช่างคิดนู้นคิดนี่อย่างทงเฮเกิดพิสดารพันลึก อยากเล่นอะไรแปลกๆเข้าให้
“อะไรล่ะ” ฮีชอลพูดขึ้นก่อน ในขณะที่ซองมินพะยักหน้าเห็นด้วย ...พนันอะไรล่ะ....
“ตกลงมาก่อนสิว่าจะเล่น” ทงเฮยังคงพูดต่อพร้อมรอยยิ้ม เมื่อเพื่อนทั้งสองพะยักหน้าตกลง ร่างเล็กก็พูดถึงเกมพนันที่คิดได้สดๆนั้นทันที
“นั่นตู้ชู้ทบาส ถ้าใครชู้ทลงน้อยที่สุด ต้องแต่งชุดนักเรียนหญิงม.ปลายตัวนั้น (นิ้วขาวๆชี้ไปที่หุ่นจำลองที่กำลังสวมชุดนักเรียนสาว กระโปรงสั้นจุ๊ดจู๋) และก็ล่อตะเข้ที่เป็นพนักงานบริษัท ให้มันออกค่ารถพาส่งกลับบ้าน” และนั้นก็คือเกมพนันที่ว่า ... และเมื่อซองมินกับฮีชอล เออออ ห่อหมก พะยักหน้ารับไปแล้ว ก็เลยต้องตกลงเล่นเกม แล้วผลสุดท้าย คะแนนลูกบาสลงห่วงของสามคนก็ออกมา
ซองมินที่โยนคนแรก 15/20 ฮีชอล 12/20 ส่วนทงเฮ 10/20 และสุดท้าย ก็ต้องเป็นเจ้าของความคิดที่มาใส่กระโปรงสั้นๆ ของนักเรียนสาวม.ปลายนั้นเอง
.
.
ลมเย็นพัดมาอีกวูบนึง พาเอากระโปรงตัวน้อยที่ทงเฮสวมใส่เปิดชะแว่บขึ้น มือสองข้างรีบปิดมันทันที พาเอาเพื่อนๆทั้งสองที่ยืนดูอยู่หัวเราะจนตัวงอ
“สู้เขานะทงเฮ” เสียงเพื่อนทั้งสองร้องบอก ทงเฮได้แต่ออกมายืนทำทีเป็นมองโน้นมองนี่ตลอดทาง ในขณะที่เพื่อนๆ ก็ยืนดูอยู่ห่างๆ
..ตรู๊ดด...กริ๊งงง...(เสียงโทรศัพท์อุบาดชาติจริงๆ แหะๆ)
อยู่ๆโทรศัพท์มือถือคู่ใจของซองมินก็ดังขึ้น พอซองมินรับ ก็ปรากฏว่าเป็นคุณแม่ที่ห๊วงห่วงลูกชายโทรมาตามกลับบ้าน เพราะ สามี เอ้ย..คยูฮยอน รออยู่ ซองมินจึงต้องจำลา ฮีชอลที่ยืนเป็นกองหนุนดูแลทงเฮเพื่อกลับบ้านก่อนที่ คุณแม่จะกินหัว (เนื่องจากเสียงโวยวายของท่านแม่เริ่มดังเล็ดลอดออกมานอกโทรศัพท์)
ฮีชอลหันไปโบกมือบ๊ายบายให้กับซองมินที่กำลังวิ่งตรงไปยังสถานีรถไฟที่อยู่ห่างจากตรงนี้ประมาณ 400 เมตร ทงเฮเห็นก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆโบกมือกลับให้เพื่อนรักบ้าง ก็แหม มันเหตุสุดวิสัยนี่เนอะ
ในเวลาเดียวกันนั้น ณ ร้านเหล้าขาว(เอ้ยย ไม่ใช่ - -) ณ ร้านเหล้าแห่งหนึ่งใกล้ๆกัน
มีกลุ่มพนักงานบริษัทกลุ่มหนึ่ง ที่ดูจะมีหน้าตาอันหล่อเหลาอย่างกับนายแบบเสียมากกว่า พนักงานต๊อกต๋อยกินเงินเดือนไปวันๆ แบบคนอื่นๆ
“เฮ้ย ไอ้บอม ไอ้วอน ไอ้ฮยอกเจ มึงเห็นเด็กม.ปลายคนนั้นป่ะว่ะ ท่าทางเปรี้ยวเข็ดใจ แล้วมายืนเปลี่ยวหวาดเสียวโชว์ขาอ่อนคนเดียวแบบนั้น มึงคิดว่าไงว่ะ” เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ออกจะมาดเท่ห์ เอ่ยขึ้น ก่อนจะกระดกแก้วเหล้าย้อมใจ(เพื่อ??) ไปหนึ่งอึก
“เห็น ...กูว่าน้องจ๋าว คนนั้น ต้องยืนรอแฟนแน่ๆเลยว่ะ เฮ้ย..เดี๋ยวก่อนมึง กูว่าไม่ได้มาคนเดียวว่ะ นั้นไง โบกมือบ๊ายบายใครด้วยว่ะ” ฮยอกเจพูดสมทบ ทั้งแปดสายตาก็เพ่งมองไปยังเด็กสาวม.ปลายคนนั้นที่ โบกมือให้นักเรียนหนุ่มม.ปลายคนนึง อยู่
“เหมือนกูจะเห็นอะไรแว่บๆ ตรงมุมตึกนั้นว่ะ... เดี๋ยวกูมา” อยู่ๆ ซีวอนก็พูดขึ้น กำลังจะลุกขึ้นเหมือนจะไปไหนสักแห่ง
“นั้นมึงจะไปไหนว่ะ ไอวอน ไม่กินต่อก่อนว่ะ พรุ่งนี้วันหยุดทั้งที” เยซองถามด้วยความสงสัย
“กูปวดฉี่ จะไปยิงกระต่ายในห้องน้ำ เดี๋ยวมา” ซีวอนพูดตอบก่อนจะเดินออกไป
“เฮ้ยไอบอม กูว่ามึงต้องติดใจแม่เด็กม.ปลายนั้นแน่ๆ จ้องตาไม่กระพริบเชียวนะมึง” ..ป๊าบ... ฮยอกเจตบหัวคิบอมคนที่หล่อที่สุดในกลุ่มทั้งสี่ ไปทีนึง ชายหนุ่มที่กำลังจ้องสาวน้อยคนนั้นจึงหันกลับไป เอาคืนด้วยการตบหัวคืนนั้นเอง (เหอๆ ปัญญาอ่อน)
“ไอ้บอม เอางี้มั้ยมึง ..ถ้ามึงจีบน้องคนนั้นติดแล้ว พากลับไปเคลมที่ห้องมึงได้ กูจะเลี้ยงข้าวมึง 1 อาทิตย์เลย” คิม คิบอมลูบคางเป็นเชิงคิด เมื่อได้ยินคำท้าของเยซอง
“มึงไม่ต้องคิดหนักเลยไอ้บอม กูให้มึงอีกคนด้วยก็ได้ เป็นสองอาทิตย์เลย” ฮยอกเจพูดขึ้นบ้าง และนั้นก็…
“ตกลง งั้นมึงเตรียมกระเป๋าแฟบได้เลย” คิม คิบอมพูดขึ้น พร้อมกับลุกออกจากที่ตรงนั้น ชายหนุ่ม ณ เวลานี้ถึงจะมึนๆหัวเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ว่าเมามาก สาวน้อยคนนั้น มันน่าติดใจจริงๆ
“นั่น...ไอบอมมันจะไปไหนว่ะ” ซีวอนที่เพิ่งเดินเข้ามาถามเพื่อนทั้งสอง ก่อนที่ทั้งสองคนจะตอบพร้อมกันให้เพื่อนเลิฟมันหายสงสัย
“ไปเคลมเด็กว่ะ ฮ่าๆๆ”
คิม คิบอมเดินออกมานอกร้านมายังที่ที่ทงเฮยืนอยู่ ฮีชอลเห็นว่ามีหนุ่มหล่อ พนักงานบริษัทคนหนึ่งกำลังเดินมาใกล้ทงเฮก็รีบบุ้ยใบ้บอกเจ้าตัวทันที ร่างเล็กหันไปก็เบ้หน้าก่อนนิดๆ ก่อนจะทำทีเป็นมอง โน้น มอง นี่ เหมือนหาอะไร
ฮีชอลที่ยืนอยู่มุมตึกก็หัวเราะคิกคัก แอบสะใจเล็กๆน้อยๆ ที่ทงเฮต้องไปแต่งตัวแบบนั้น แบบนี้แหละดีสุดทงเฮจะได้ไม่ต้องเล่นพนันอะไรอีก ช่างพนันดีนัก สม...หุหุ
“กำลังมองหาอะไรหรือเปล่าคร๊าบ” เสียงของคิบอมดังขึ้น กลิ่นที่คละคลุ้งออกมา เป็นกลิ่นเหล้าระดับ โลโซติ๊ดๆ แต่ไม่ได้มากมายอะไร ทำให้ทงเฮอยากจะเดินหนีไปไกลๆ แต่ในใจกลับคิดว่า...ดีสิ เมาแบบนี้แหละดีแล้ว ได้หลอกง่ายๆหน่อย....
“หากระเป๋า ฮ..เอ่อ คะ....คือว่าทำกระเป๋าหาย ไม่รู้ไปลืมไว้ที่ไหน” คิม คิบอมได้ยินก็ขมวดคิ้วนิดๆ ...นึกแปลกใจว่าเด็กคนนี้มีอะไรผิดปกติสักอย่าง ก็ตอนนั้นเขาเห็นยังโบกมือลาเพื่อนชายอยู่เลย แบบนี้ เคลมง่ายชัวร์หึหึ ...ไม่ต้องเสียตังค์ค่าข้าวสองอาทิตย์แน่ โฮะๆๆๆ... คิบอมคิดยิ้มย่อง อยู่ในใจ (โชคดีนะแก) - -
และอีกอย่างดูท่าทางเด็กคนนี้ต้องคิดว่าเขาเมาแหงๆเลย ดูทำหน้าเข้า ปั๊ด เดี๋ยวจับจูบตรงนี้เลยเว้ย..ปากชมพู๊ชมพู น่าจร๊วบ (อยากมั้ง - -)
“ไปลืมไว้ที่หนาย หรือเปล่าคร๊าบบ” ใบหน้าแดงๆของคิม คิบอมยื่นเข้าไปใกล้ เด็กสาว (?) พร้อมขยับตัวเข้าใกล้อีกด้วย
“ห้าย..ช่วยหาหมาย..คร๊าบ” คิบอมแกล้งแอ๊บเมาเล็กๆ(ตอแหล) แต่ไม่ให้เสียหล่อมากนัก พอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เท่าไหร่ กลิ่นอ่อนๆจากกายขาวๆของคนตรงหน้าก็กรุ่นเข้าไปถึงทรวงในของชายหนุ่ม พาเอาจิตใจของเขาเต้นระส่ำระส่าย แหม ก็อยากพกกลับบ้านไปอิงอกซบกันบนเตียงแล้วนี่ (กระดี๊กระด๊า)
แล้วยิ่งพอมองเข้าไปใกล้ๆแล้ว ก็รู้ว่าเด็กวัยรุ่นสมัยนี้มันโตโต๊โต จริงๆ (ก็ ฮีชอลช่างแกล้ง กับ ซองมินช่างยุ จับทิชชู่ใส่เสีย ข้างล่ะเกือบสองม้วน ไม่โตให้รู้ไปเด่ะ)
“อะ..เอ่อ จริงๆแล้ว หนู(กระดากปากจริงเว้ย) หามานานแล้วเหมือนกัน ไม่เจอ เลยคิดว่าคงหายไปแล้วแน่ๆ จะกลับบ้านก็ไม่มีเงินค่ารถจะกลับ นี่มันก็เย็นมากๆแล้ว (เงยหน้าไปมองท้องฟ้า ค่ำแล้วจริงๆแหละ) คุณแม่คงเป็นห่วงน่ะคะ” ทงเฮเริ่มเข้าแผนการหลอกให้อีกฝ่ายจ่ายเงินค่ารถมาสักปึ๊ง(มันจะมีป่ะ) หันมองฮีชอลที่ยืนอยู่มุมตึกก็ส่งซิกโอเคๆ ให้ ... เพื่อนช่างแกล้งก็เลยยิ้มกว้าง พร้อมยกโทรศัพท์มือถือตัวเองขึ้นมา เมื่ออยู่ๆมันก็ดัง
“หว่า..แย่เลยนะคร๊าบ งั้นผมไปส่งอาวม๊ายยย” น้านแหละคิบอม ต้องรุกเข้าไว้ ชายหนุ่มถึงจะไม่ได้จบสูงเป็นแค่พนักงานบริษัทธรรมดา แต่เปล่าโง่นะครับ เด็กนี่จะหลอกเอาเงินเค้าน่ะสิ รู้เลย.... ยังไงเสีย เค้าเองก็ต้องชนะพนันฮยอกเจและเยซอง ให้ได้ เสร็จฉัน..แผล่บ (เอาลิ้นเลียแผลบๆ )
“แค่ยืมเงินดีกว่ามั้ง....คะ” ร่างเล็กเอียงหัวนิดๆ อยากคิดหาทางรอด ยังไงก็ขอแค่เงินล่ะว่ะ กลับบ้านคนเดียวดีกว่าไปกะไอเมาคนนี้ หน้าตาก็ดีหรอก แต่ไม่ไหวอ่ะ เมาได้โลโซจริง (มันไม่ได้เมาลูก ดูไม่ออกหรอ???)
“คุณทิ้งเบอร์โทรแล้ว นัดให้หนูมาคืนเงินให้ก็ได้นะคะ แบบนี้ หนูคิดว่ามันน่าจะดีกว่า...นะ” คิบอมไม่พูดแต่แกล้งเซเมาเข้าไปใกล้ทงเฮ ร่างเล็กเห็นว่าไม่ไหวแน่ๆ ต้องเรียกฮีชอลมาช่วยหน่อย หันไป ก็เห็นเพื่อนรักทำท่าขอเวลานอก โบกไม้โบกมือ แบะๆ... แล้วก็รีบวิ่งไป ทงเฮได้แต่งง เขยิบถอยหลังหนีไอคนที่ทำเซจะมาถูกเนื้อต้องตัวเขา
“ให้ผมไปส่งเถอะนะคร๊าบ..” คิบอมพูด ในขณะที่ทงเฮเริ่มจะไม่เอาแล้วกับการหลอกล่อตานี่ให้เงินเขา แต่ทำไงดีอ่ะ..ของของทงเฮอยู่กับ ฮีชอลหมดเลย แล้วเพื่อรักหักเหลี่ยมทรยศ ก็เผ่นแน๊บหายไปไหนก็ไม่รู้ โอ๊ย....ใครก็ได้ช่วยลูกที ต่อไปจะไม่พนันอะไรบ้าๆอีกแล้ว
“อ้าววว จะเดินไปไหนล่ะ ม่ายกลับบ้านเหรอคร๊าบบบ” คิบอมเห็นท่าทางของคนตรงหน้าแล้วก็เกือบหลุดขำ (จริงๆก็กลั้นยิ้มแทบตาย) รีบเดินเข้าไปใกล้ เอาว่ะ ฉุดเลยดีกว่า เพื่ออาหารฟรีสองอาทิตย์
“เดี๋ยวโผ้ม ไปส่ง น้า” แล้วฟ้าก็เหมือนดลใจ ให้แท็กซี่คันหนึ่ง มาจอดส่งผู้โดยสารลงใกล้ๆกับที่คิบอมและทงเฮยืนอยู่ ชายหนุ่มรีบคว้าเอาแขนทงเฮทันที และลากขึ้นบนรถ เจ้าตัวเล็กทำอะไรไม่ได้ก็เอาแต่แหกปาก
“เฮ้ย..ปล่อยนะ ปล่อยยยยย!!! ฮีชอล! ซองมิน!” ทงเฮตะโกน ขณะที่รถแท็กซี่คันดังกล่าว แล่นออกไปอย่างรวดเร็ว (คนขับแท็กซี่มันรวมหัวกับคิบอมป่ะหว่า???)
.
.
“อ๊ะ....เดี๋ยวก่อนคยูฮยอน อย่าเพิ่ง..เมื่อกี้ฉันเหมือนได้ยินเสียงทงเฮเรียกเลยอ่ะ” ร่างเล็กที่อยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน (แม่โทรเรียกลูกมาถูกปล้ำ) กล่าวขึ้น พลางผลักดันหน้าคนที่มาซุกไซร้อยู่แถวๆหน้าอกออก
“ไม่เห็นจะได้ยินเลย ต่อเถอะน้า คยูฮยอนคิดถึงนางฟ้าคนนี้ มากๆเลย” ...เอ่อ ไอ้ท่านโจ้ ฉันล่ะอิจฉาแกจริงๆ...
และก็ ...........เซนเซอร์ XXXXX………….
.
.
ภายในเบาะหลังของผู้โดยสาร คนขับเหล่มองทางกระจกหลังตลอดเวลา เห็นคิบอมพยายามซบอิง ทงเฮแล้วก็อดแซวไม่ได้
“รักกันจังเลยนะครับ แบบนี้ หนูคงสบายนะครับ” คนขับตาบอด...ทงเฮนึกคิดในใจ มันมองยังไงว่าเขาสองคนรักกัน ก็ตอนนี้ ทงเฮกำลังพยายามดันหัวไอ้คนเมาดิบออกห่างจากซอกคอเขาอยู่น่ะสิ โว้ยยย ขยะแขยงชะมัด กลิ่นเหล้าก็คละคลุ้ง จนอยากจะอ้วก
“อย่าดิ้นสีคร๊าบที่ร๊ากกก....คืนนี้โผมจะง้อคุณอย่างดีเลยนะคร๊าบบบ” ได้ทีไอ้ป่องหื่นกามมันก็เอาเลย ยิ่งเห็นคุณลุงคนขับแท็กซี่เอ่ยแซวด้วยแล้ว มันยิ่งเอาใหญ่ (โคดอิจฉาไอป่องมันเลย – คุณลุงคนขับ)
“ถึงแล้วครับ ทั้งหมด .....วอนครับ” ในช่วงที่คิม คิบอม กำลังล้วงเอาเงินในกระเป๋ากางเกง จังหวะนั้น ทงเฮจึงรีบวิ่งออกจากรถ คิบอมเห็นเช่นนั้นเลยจ่ายตังค์แบบไม่ดู แล้วก็พูดแค่ว่าไม่ต้องทอนนะลุง ... แท็กซี่คันดังกล่าววิ่งฉลุยออกจากห้องชุดเกรดซี ดี อี เอฟ แห่งนี้ไปโดยไว เพื่อความสะดวกรวดเร็วของคนจะ (ไล่) จับแฟน (ในอนาคต)
คิบอมรีบวิ่งไปคว้าเอวแบบบางของทงเฮได้ทัน ก่อนจะอุ้มเจ้าคนตัวเล็กพาดบ่ามิหนำซ้ำเอามือตีเพี๊ยะที่ก้น จนทงเฮสะดุ้ง ปล่อยหมัดทุบอักๆเข้าหลังของคนที่กำลังแบกเขาอยู่ เท้าไม่อยู่สุขก็แกว่งไปมา จนโดนท้อง(หรือพุง?) ของคิบอม แทบจุก แต่เพื่อความสุขที่รออยู่ คิม คิบอม ยอมทนเจ็บ
“ปล่อย..ปล่อยสิว่ะ บอกให้ปล่อยยยยยยย!!!!!!” ทงเฮร้องโวยวาย คิบอมใช้เท้าปิดประตูดังปัง ก่อนจะเดินไปข้างในสุดของห้อง โยนกระเป๋าทำงานทิ้งกองไปกับพื้น และปล่อยทงเฮลงบนเตียง
ปึ่ก...อั่ก.... (โอ้วจุก..ดีนะที่เตียงมันไม่แข็งมาก น้องๆไม้กระดาน)
“กะ...แกจะทำอะไรน่ะ ไอโรคจิต” ทงเฮมองซ้ายมองขวา น้ำตาก็อยากจะปริ่ม นี่เขาไปทำเวรทำกรรมอะไร ถึงต้องมาเจอคนแบบนี้ด้วย ไม่ใช่แค่เมา แต่โรคจิตอีกต่างหาก
“ก็เห็นเธออยากได้เงินไม่ใช่หรือไง ฉันก็จะให้อยู่นี่ไง” น้ำเสียงที่พูดออกมา ไม่มีทีท่าเหมือนคนเมาเลยสักนิด
“นะ...นี่แก ไม่ได้เมาหรอกหรอ?” ทงเฮมองซ้ายมองขวาหาอาวุธ ไม่เมา ...เอาแล้วไง โรคจิตขนานแท้ ไม่ใช่ ไอเมาโรคจิต แต่โรคจิตในสันดาร...
“เธอคิดว่า เมาๆแล้วจะหลอกเอาเงินง่ายน่ะสิ โทษทีนะอีหนู..ฉันไม่ใช่พวกตาแก่ที่เมาแล้วใจอ่อนให้สาวๆมัธยมกระโปรงสั้นๆแบบนี้ง่ายๆหรอกนะ มันต้องมีของแลกกันหน่อย” คิบอมจับกระโปรงตัวเล็กที่ทงเฮสวมอยู่ เปิดขึ้นนิดๆ แล้วสำรวจมองความขาวของขาเนียนช่วงขาอ่อน ของอีกคน ชายหนุ่มเห็นแล้วหัวใจเต้นระริกๆ
“มะ...ไม่ใช่นะ” พยายามจะเถียง ไม่ใช่สิ เขาต้องอธิบาย และต้องหนี...ไม่เอาหรอก เขาไม่ยอมมาเสียพรหมจรรย์ด้านหลังให้คนอื่นแบบนี้หรอก....ไม่เอานะ ถึงเพื่อนเขาจะเป็นเกย์ แต่เขาต้องไม่ใช่สิ...ม่ายยยยย!!!!
ที่ทงเฮกำลังเถียง คิบอมกลับคิดว่าไม่มีความจำเป็นจะต้องฟัง ร่างสูงคร่อมทับอีกคนทั้งตัว จับข้อมือทั้งสองข้างไว้แน่น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย
“เธอต้องการแบบนี้แต่แรกแล้วไม่ใช่หรือไง” รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากของคิบอม และคำท้าของเพื่อนก็ผุดขึ้นในสมอง บวกกับความงก ไม่ได้คิดถึงจิตใจของอีกฝ่ายที่แค่จะเล่นอะไรสนุกๆ
แต่ใครจะรู้ว่า เรื่องที่มันเกิดขึ้นอยู่นี่ ก็เพราะพนันบ้าๆ ที่ทั้งสองฝ่ายเป็นคนเข้าไปยุ่งเกี่ยวเองไม่ใช่หรอกเหรอ
“ไม่ใช่นะ..มันมะ...อุ๊บ...” ริมฝีปากของคิบอมประกบปิดปากของอีกฝ่ายทันที บอกแล้วไง ความงกมันครอบงำ และอีกอย่าง คนตรงหน้าก็สวยใช่ย่อย เหตุผลอะไรน่ะ ไม่ขอฟังหรอก
แล้วเรื่องขอโทษ ก็คงจะไม่มีให้หรอกนะ .... จริงมั้ย?
“อื้ออ....อื้มม.....” ริมฝีปากที่คลอเคลีย เปลี่ยนมุมไปมาเกือบพาให้ทงเฮเคลิ้มแต่จิตใต้สำนึกยังคงมี ร่างเล็กพยายามดิ้นไปมาประท้วงการกระทำของคนด้านบน นึกถึงพรหมจรรย์ด้านหลังแล้วใจดวงเล็กของทงเฮก็แทบดิ่งลงเหว ตอนที่ฟังซองมินเล่าให้ฟังถึงครั้งแรกระหว่างเจ้าตัวกับคยูฮยอนแล้ว ..โอ้ยย เห็นว่าเดินแทบไม่ได้ สะโพกเคล็ดยอก ต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้ม(เว่อร์ไป) ..ไม่เอานะ ทงเฮไม่อยากมีผัว เขาอยากมีเมียโว้ยยยย.... (มีปั๋วอ่ะคีแล้ว คิกๆ)
ร่างบางยังคงดิ้นสุดชีวิต สุดกำลัง ดิ้นไปดิ้นมา กระโปรงก็ชักจะถลกขึ้นเรื่อยๆ แล้วไอที่แต๊บ (ฝีมือตัวเองเพราะเจอลูกขู่ของเพื่อนทั้งสอง จอมโหด) เอาไว้ก็ราบเรียบอย่างกับของผู้หญิงงั้นแหละ โอ้ววว์ แบบนี้ หมอนั้นก็ยิ่งเข้าใจผิดไปกันใหญ่น่ะสิ...
“อื้อ....” ทงเฮครางฮึ่มอีกครั้ง ก่อนที่คิบอมจะละจูบออกลากลิ้นเลียรอบริมฝีปากบาง
“หยะ..หยุด....อุ๊.....อื้อ...” พออ้าปากจะบอกให้หยุด ลิ้นแฉะๆชื้นน้ำลายก็สอดแทรกเข้ามาทันที รสขมปร่าจากเหล้าที่คิบอมดื่มเข้าไป ส่งผ่านให้ทงเฮ คิบอมครางอย่างชอบอกชอบใจ ในรสชาติหวานซ่านที่ได้รับจาก ในโพรงปากของอีกฝ่าย
“อื้อ....อื้ม......” สติทงเฮเริ่มจะเลอะเลือนเปื้อนเป็นภาพสีขาวโพลนๆ ร่างเล็กพยายามอย่างที่สุดที่จะคอยดึงให้จิตสำนึกของตัวเองกลับคืนมา แต่ดูท่าว่าเรี่ยวแรงที่ขัดขืนมันกำลังอ่อนลง